รีวิว The Good, the Bad and the Ugly (1966)

The Good, the Bad and the Ugly (1966)

หนังประเทศ : อิตาลี / สเปน / สหรัฐอเมริกา

ข้อมูลภาพยนตร์

ชื่ออังกฤษ : The Good, the Bad and the Ugly

ปีที่ฉาย : 1966

แนว : คาวบอยตะวันตก, ผจญภัย, แอ็กชัน

ผู้กำกับ : Sergio Leone

นักแสดงนำ : Clint Eastwood, Lee Van Cleef, Eli Wallach

ความยาว : 178 นาที

ดนตรีประกอบ : Ennio Morricone

แฟรนไชส์ : Dollars Trilogy

เรื่องย่อ

The Good, the Bad and the Ugly เป็นภาพยนตร์คาวบอยระดับตำนานที่เล่าเรื่องราวของชายสามคนที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการตามหาสมบัติทองคำจำนวนมหาศาลที่ถูกซ่อนไว้ในสุสานแห่งหนึ่งในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา

คนแรกคือ Blondie หรือ “The Good” มือปืนเงียบขรึมที่มีความฉลาดและฝีมือการยิงปืนระดับสูง คนที่สองคือ Angel Eyes หรือ “The Bad” นักล่าค่าหัวที่โหดเหี้ยมและพร้อมฆ่าใครก็ตามที่ขวางทาง ส่วนคนสุดท้ายคือ Tuco หรือ “The Ugly” โจรจอมเจ้าเล่ห์ที่มักใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อเอาตัวรอด

เมื่อทั้งสามคนได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ซ่อนของทองคำ พวกเขาจึงต้องแข่งขันกันเดินทางผ่านสงคราม ความโหดร้าย และการทรยศ เพื่อไปให้ถึงสมบัติก่อนใคร

บทความรีวิว

The Good, the Bad and the Ugly ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์คาวบอยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเป็นผลงานที่ทำให้ผู้กำกับ Sergio Leone กลายเป็นตำนานของหนังแนว Western แบบ Spaghetti Western

หนังมีเอกลักษณ์ด้านการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ สร้างบรรยากาศ ความตึงเครียด และการเผชิญหน้าของตัวละคร โดยเฉพาะฉากดวลปืนที่กลายเป็นฉากคลาสสิกของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

การแสดงของ Clint Eastwood ในบท Blondie กลายเป็นภาพจำของมือปืนผู้เงียบขรึม ขณะที่ Eli Wallach ในบท Tuco สร้างสีสันให้กับเรื่องด้วยบุคลิกที่ทั้งตลก เจ้าเล่ห์ และคาดเดาไม่ได้

วิเคราะห์ตัวละคร

Blondie (The Good) เป็นมือปืนรับจ้างที่ดูเหมือนจะมีศีลธรรมมากกว่าคนอื่น แม้จะเป็นนักล่าค่าหัว แต่เขามักเลือกทำในสิ่งที่ยุติธรรมและไม่ฆ่าคนโดยไม่จำเป็น

Angel Eyes (The Bad) เป็นนักฆ่าที่โหดเหี้ยมและไร้ความปรานี เขาเป็นตัวแทนของความโลภและอำนาจ พร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สมบัติ

Tuco (The Ugly) เป็นโจรที่ทั้งตลกและอันตราย เขาเป็นตัวละครที่มีมิติที่สุดในเรื่อง เพราะแม้จะเห็นแก่ตัว แต่ก็มีช่วงเวลาที่แสดงด้านมนุษย์ออกมา

สปอยล์เต็ม

เรื่องเริ่มต้นจาก Blondie และ Tuco ที่ร่วมมือกันหลอกล่าค่าหัว โดยให้ Tuco ถูกจับแล้ว Blondie ยิงเชือกช่วยหนีเพื่อแบ่งเงินรางวัล แต่ในที่สุด Blondie ก็ทรยศทิ้ง Tuco ไว้กลางทะเลทราย

Tuco รอดชีวิตมาได้และออกตามล้างแค้น จนทั้งสองคนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเมื่อพบข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติทองคำของทหารฝ่ายใต้ที่ถูกฝังไว้ในสุสาน

ขณะเดียวกัน Angel Eyes ก็ได้รู้ข่าวเกี่ยวกับทองคำก้อนนี้เช่นกัน ทำให้ทั้งสามคนต้องแข่งขันกันเดินทางผ่านสงครามกลางเมืองอเมริกา

ในตอนท้าย ทั้งสามมาพบกันที่สุสาน Sad Hill Cemetery ซึ่งเป็นที่ซ่อนทองคำ และเกิดฉากดวลปืนสามทางอันโด่งดัง Blondie สามารถเอาชนะ Angel Eyes ได้ ส่วน Tuco ถูกหลอกให้ขุดหลุมที่ไม่มีทองคำ ก่อนที่ Blondie จะเผยตำแหน่งที่แท้จริงและแบ่งทองบางส่วนให้เขา

เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคที่สามของ Dollars Trilogy ต่อจาก A Fistful of Dollars และ For a Few Dollars More แม้เรื่องราวจะไม่ได้เชื่อมต่อกันโดยตรง แต่ก็ใช้ธีมคาวบอยและตัวละครมือปืนแบบเดียวกัน

ดนตรีประกอบของ Ennio Morricone โดยเฉพาะเสียงหวีดอันเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นหนึ่งในซาวด์แทร็กที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

บทวิจารณ์

ในช่วงแรกที่ออกฉาย The Good, the Bad and the Ugly ได้รับเสียงวิจารณ์ที่หลากหลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหนังคาวบอยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมักติดอันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลของหลายสำนัก

ตัวอย่างภาพยนตร์

ตัวอย่างด้านล่างค้นหาจาก YouTube ด้วยคำว่า The Good, the Bad and the Ugly (1966) trailer และเลือกวิดีอลำดับแรกที่สามารถเล่นได้

 

Author: ooppi

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *